August 12, 2022

สรุปตารางคะแนน กระแสกีฬาโลกและผลการแข่งขัน พร้อมวิเคราะห์คู่เด่นในรอบสัปดาห์

อัปเดตหลังจบการแข่งขันทุกแมตช์ ติดตามการอัพเดทตารางคะแนนทันทีที่ฟุตบอลจบ อัพเดทล่วงหน้าแบบครบถ้วน อยากรู้ก่อนใครต้องเกาะติดที่นี่

เชลซีบุกเฉือนลีลล์

เชลซี บุกเฉือน ลีลล์ 2-1 ตีตั๋วรอบ 8 ทีมยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ ลีก

เชลซี เอาชนะ ลีลล์ 2-1 รวมสองนัดเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้าย ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ด้วยสกอร์รวม 4-1 โดยการจับสลากจะมีขึ้นในวันศุกร์นี้

เชลซีบุกเฉือนลีลล์1

ศึกบอลยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ฤดูกาล 2021-22 รอบ 16 ทีมสุดท้าย นัดสอง ระหว่าง “ตราหมา” ลีลล์ จากลีก เอิง ฝรั่งเศส เปิดสนามสต๊าด ปิแอร์-โมรอยรับการมาเยี่ยมของ “สิงโตน้ำเงินคราม” เชลซี แชมป์เก่ารายการนี้จาก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ โดยนัดแรก เชลซี เปิดบ้านชนะมาได้ก่อน 2-0

เจ้าถิ่น ปรับทัพมาในระบบ 4-4-2 เซก้า จับคู่แดนกลางร่วมกับ เบนฌาแม็ง อองเดร โดยมีโจนาธาน บัมบ้า ลากเลื้อยขอบเส้น โดยใช้คู่แนวรุก โจนาธาน เดวิด กับ บูรัค ยิลมาซ

ตอนที่ทีมเยี่ยม เชลซี ปรับทัพใช้สามกองกลาง เอ็นโกโล ก็องเต้, มาเตโอ โควาซิช, จอร์จินโญ โดยใช้ ไค ฮาแวร์ตซ์ ล่าตาข่ายร่วมกับ คริสเตียน พูลิซิช

ผลปรากฎว่า ครึ่งแรกมาถึงนาทีที่ 38 ลีลล์ ได้จุดโทษ แล้วก็เป็น บูรัค บยิลมาซ รับหน้าที่สังหารไม่พลาด พา ลีลล์ ขึ้นนำ 1-0

แล้วหลังจากนั้นช่วงทดเจ็บ นาทีที่ 45+3 เชลซี ตีเสมอเป็น 1-1 จาก คริสเตียน พูลิซิช ก่อนที่จะจบครึ่งแรกไปด้วยสกอร์นี้

ช่วงหลัง ถึงนาทีที่ 71 เชลซี แซงนำ 2-1 จาก เซซาร์ อัซปิลิกูเอตา

ช่วงเวลาที่เหลือทั้งสองทีมทำอะไรกันเพิ่มไม่ได้ จบเกม เชลซี บุกมาเอาชนะ ลีลล์ 2-1 รวมผล 2 นัด เชลซี ชนะ 4-1 ผ่านเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้ายได้สำเร็จ

เชลซีบุกเฉือนลีลล์2

รายชื่อผู้เล่นที่ลงสนาม
ลีลล์ : เลโอ ชาร์ดิม,โชเซ่ ฟอนเต้,สเวน บ็อตมัน (อมาดู โอนาน่า น.58),ติอาโก้ ฌาโล่,เซกี้ เชลิค,โฌนาต็อง บ็องบ้า (อังเคล โกเมส น.77),เซก้า,แบ็งฌาแม็ง อ็องเดร,กาเบรียล กุ๊ดมุนด์สสัน (โดมากอย บราดาริช น.77),บูรัค ยิลมาซ (ติโมธี เวอาห์ น.58),โจนาธาน เดวิด (อาเต็ม เบน อาร์ฟา น.77)

เชลซี : เอดูอาร์ เมนดี้,เซซ่าร์ อัซปิลิกวยต้า,อันเดรียส คริสเตนเซ่น (เทรโวห์ ชาโลบาห์ น.33),ติอาโก้ ซิลวา,อันโตนิโอ รือดิเกอร์,มาร์กอส อลอนโซ่,เอ็นโกโล่ ก็องเต้,จอร์จินโญ่ (รูเบน ลอฟตัส-ชีค น.74),มาเตโอ โควาซิซ (เมสัน เมานท์ น.46),ไค ฮาแวร์ตซ์ (ฮาคิม ซิเย็ค น.83),คริสเตียน พูลิซิช (โรเมลู ลูกากู น.74)